Fanfic 00 และ เนื้อเพลง ED อีกรอบ
posted on 19 Nov 2007 19:54 by caidoz in Fiction
อัพช่วงนี้ก็มีแต่ไอ้กันดั้ม สองศูนย์ นี่แหละ
เราอาจจะไม่ได้บ้าอนิเมใหม่ๆนานเกิน ก็เลยเป็นเอามากก็ได้มั้ง
แต่ก็เอาเถอะ บ้าก็บ้าให้สุดๆไปเลยค่า~
มาตามคำเรียกร้อง(เหรอ) เนื้อเพลง Wana พร้อมคำแปล(กะหลั่วๆ)จ้า~
*มาแก้ตามที่อ้อล์บอก*
THE BACK HORN - Wana (กับดัก)
Kidou Senshi Gundam 00 Ending
--------------------------------------------------------------------------
zetsubou ha amai wana tosasareta sono tobira
kokoro ha senjyou dakara darenimo sukuenai
ความสิ้นหวัง คือ กับดักอันหอมหวาน ปิดประตูบานนั้นซะ ประตูบานนั้นที่ถูกปิด
เพราะว่าจิตใจคือสนามรบ จึงไม่สามารถช่วยใครได้
zenmai no shinsou ga unmei ni ayasurare
buriki no heitai tachi ha satsuriku wo hajimeru
การทำงานของหัวใจถูกควบคุมด้วยโชคชะตา
เหล่าทหารดีบุกเริ่มการสังหารหมู่
inochi saemo moteasobuno ka kowarekaketa otogi no kuni de
mune no oku ni hashiru itami wo douka zutto wasurenu mamade
จะเล่นสนุกกับเพียงแค่ชีวิตอย่างนั้นหรือ จะเล่นแม้แต่กระทั่งชีวิตเลยเหรอ? ในดินแดนเทพนิยายที่พังทลาย
ความโศกเศร้าที่อยู่ในใจ ไม่ว่าอย่างไรก็ลืมไปตลอดไม่ได้ ก็อยู่ในสภาพที่ไม่อาจลืม(เอ แก้ยังไง ไม่ชัวร์ - -)
yokubou ha doku ringo te ni ireta mono ha nani?
mirai no kodomotachi e to nokozeru mono ha nani?
ความอยาก คือ แอ็ปเปิ้ลพิษ ของที่อยู่ในมือนั้นคืออะไร?
สิ่งที่สามารถจะทิ้งไว้ให้เหล่าเด็กๆในอนาคตคืออะไร?
ai wo shirazu yureru yurikago moetsukiteku nemuri no mori de
tomo ni ikiru yorokobi saemo kieteshimau tooku
เปลแกว่งไกวซึ่งบอกให้รู้ถึงความรัก โดยไม่รู้จักความรัก มอดไหม้หมดไปในป่าที่หลับไหล
แม้แต่ความสุขที่ได้อยู่ข้างๆกัน ก็ยังจากไปไกลแสนไกล
yasashisa wo shinji subete wo yurushite
itsukushimu youni tada wakachiatte wakariatte
เชื่อมั่นในความอ่อนโยน ให้อภัยทุกสิ่ง
เพื่อให้รักและเมตตา เพียงแค่แบ่งปัน ทำความเข้าใจกัน
inochi saemo moteasobuno ka kowarekaketa otogi no kuni de
mune no oku ni hashiru itami wo douka zutto wasurenu mamade
จะเล่นสนุกกับเพียงแค่ชีวิตอย่างนั้นหรือ จะเล่นแม้แต่กระทั่งชีวิตเลยเหรอ? ในดินแดนเทพนิยายที่พังทลาย
ความโศกเศร้าที่อยู่ในใจไม่ว่าอย่างไรก็ลืมไปตลอดไม่ได้
ai wo shirazu yureru yurikago naze bokura ha umaretano darou?
haruka kanata inori no youna komori uta ga hibiku
เปลแกว่งไกวซึ่งบอกให้รู้ถึงความรัก โดยไม่รู้จักความรัก ทำไมพวกเราถึงได้เกิดมากันนะ?
เพลงกล่อมเด็กที่เหมือนกับคำขอพรของวันวาน ดังก้องกังวาน
yasashisa wo shinji subete wo yurushite
itsukushimu youni tada wakachiatte wakariatte
เชื่อมั่นในความอ่อนโยน ให้อภัยทุกสิ่ง
เพื่อให้รักและเมตตา เพียงแค่แบ่งปัน ทำความเข้าใจกัน
ไม่อยากแปะเพลงอีกรอบ ไปดูที่ Youtube ละกันนะ
http://www.youtube.com/watch?v=ZVjTFabbSn0
รึจะจิ้มไปดูเอนทรีก่อนหน้านี้ก็ได้
http://caidoz.exteen.com/20071115/the-back-horn-wana-2
เหตุผลนึงที่แปะเนื้อเพลงก่อนเพราะ ฟิคนี้เราได้แนวเรื่องมาจากเพลงนี้แหละ
ตรงท่อน tomo ni ikiru yorokobi ความสุขที่ได้อยู่ข้างๆกัน
เราก็เลยคิดไปว่า งั้นสี่หนุ่มก็ต้องอยู่ด้วยกันมีความสุข(มั้ง???)
จะมีความสุขรึเปล่า ลองไปอ่านดูก็แล้วกันนะคะ ^ ^
Living Together
Kidou Senshi Gundam 00 Fanfiction
-------------------------------------------------------------------------------
"เฮอะ........." เสียงถอนหายใจกึ่งๆรำคาญของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลยุ่งไม่เป็นทรงดังขึ้นขณะที่เขากำลังทอดไข่ด้วยเตาไฟฟ้า
"มีอะไรให้ผมช่วยมั้ย ล็อคออน?" เสียงของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้น เขามีผมสีเขียวเข้มยาวลงมาปิดดวงตาข้างขวาเอาไว้
"ไม่ต้องหรอก อาเลลูย่า ไปนั่งรอเถอะ.............." ล็อคออนบอก พลางเอามือที่ข้างที่ถือตะหลิวโบกไล่ให้อาเลลูย่าออกไปจากครัว
ไม่ใช่ว่าเขาใจดีหรืออะไรหรอก แต่ล็อคออนเคยลองให้อาเลลูย่าเข้ามาช่วยทำกับข้าวง่ายๆจานหนึ่ง อาเลลูย่าก็แสดงความซุ่มซ่ามที่ไม่ได้เข้ากับหน้าตาและรูปร่างของเขาเลยสักนิดให้ล็อคออนได้ประจักษ์มาแล้ว ถ้าเป็นไปได้ เขาไม่อยากจะเสี่ยงชีวิตตัวเองและปากท้องของคนอื่นแบบนั้นอีกครั้งหรอก
"เอ้อ แล้วเจ้าหนู กับทีเรียล่ะ" ล็อคออนถามขึ้น
"ยังไม่เห็นเลย ยังไม่ตื่นล่ะมั้ง" อาเลลูย่าตอบ
'เชอะ ไอ้พวกนั้น' ล็อคออนคิดในใจ
แต่ถึงเจ้าพวกนั้นจะมาก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นสักเท่าไหร่หรอก
เซ็ตสึนะเคยมาเข้าครัวครั้งหนึ่ง แล้วก็ทำหน้างงกับเครื่องครัวทุกอย่างราวกับว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่มาจากต่างดาว แล้วก็หันมามองเขาด้วยสายตางุนงงอย่างแรง จนทำให้เขาต้องยกธงยอมแพ้ไปตั้งแต่ยังไม่ทันจะสอนให้เริ่มทำอะไร
ส่วนทีเรีย ก็พูดมาคำเดียวสั้นๆง่ายๆ "ชั้นทำกับข้าวไม่เป็น" แล้วก็ไม่เคยคิดที่จะมาเหลียวแลดูในครัวแม้แต่สักนิดเดียว แต่พอทำอะไรให้กินทีไรแม่ต้องด่ากราดไปซะทุกครั้ง
ปึดๆๆ
ล็อคออนออกจะหมดความอดทนกับเจ้าพวกนี้จริงๆ เขาไม่เข้าใจว่าทำกับข้าวมันยากกว่าขับกันดั้มตรงไหน(วะ)
อีกอย่าง นี่ตกลงเขากลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กแบบถาวรไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย?
'เชอะ วันหลังจะให้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้หัวล้านกันไปข้างนึงเลย คอยดูเถอะ' ล็อคออนคิดแบบโกรธๆ
"ล็อคออน............" เสียงเฉยชาไร้อารมณ์ของเซ็ตสึนะดังขึ้นจากข้างหลัง เขาก็ยังทำหน้าเฉยเมยเช่นเดิมแถมมาด้วยอาการสะลึมสะลือแบบคนเพิ่งตื่นนอน
"อ้าว ตื่นแล้วเรอะเจ้าหนู" ล็อคออนเหลือบมามองเขาเล็กน้อย
".........กลิ่นแปลกๆนะ.........." เซ็ตสึนะทำหน้ามุ่ย
ล็อคออนได้ยินดังนั้นจึงหันหลับไปดูที่กระทะ
"..........................จนได้สินะเรา......" ล็อคออนพึมพัมเบาๆกับตัวเอง พร้อมทั้งตักไข่ดาวไหม้ๆใส่ลงในจานพลางยื่นให้เซ็ตสึนะ
"ช่วยเอาไปวางทีนะ"
"อือ"
หลังจากทอดไข่เสร็จ เขาก็ออกมาปิ้งขนมปังแล้วก็เปิดเครื่องชงกาแฟ โดยที่มีอาเลลูย่าคอยช่วยอยู่ห่างๆ ส่วนเซ็ตสึนะก็คอยช่วยมองจากที่นั่งของตัวเอง
"อย่าลืมดื่มซะล่ะ!" ล็อคออนย้ำเมื่อวางนมกล่องขนาดบรรจุครึ่งลิตรพร้อมแก้วลงตรงหน้าเซ็ตสึนะ ทำให้เจ้าตัวหันมามองผู้วาง แต่ล็อคออนก็ทำท่าไม่ใส่ใจ นี่อาจจะเป็นความสนุกอย่างหนึ่งที่มีในตอนนี้ของเขาก็ได้ ส่วนอีกอย่างนึงก็..........
'ตื่นสายก็โชคร้ายไปแล้วกันนะ ทีเรีย' เขาคิดพลางวางจานไข่ดาวที่ไหม้ลงบนที่ที่น่าจะเป็นของชายหนุ่มผู้ตื่นสาย แต่ขณะนั้นเองทีเรียก็โผล่เข้ามาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่ควรจะเป็นของเขา
"เฮ้ย ทีเรีย นั่นมันที่ชั้น" ล็อคออนโวยวาย
"ก็มันว่างอยู่ไม่ใช่เรอะ จะเป็นที่ของนายได้ยังไง" ทีเรีย ชายหนุ่มที่ดูเผินๆแล้วเหมือนผู้หญิง แต่มีฝีปากคมยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนจะมีได้ซะอีก ตอบกลับไป
"เออๆ ก็ได้ แต่นายต้องกินไอ้นี่" ล็อคออนบอกพลางยื่นจานไข่ดาวไหม้ๆอันนั้นไปตรงหน้าของทีเรีย
"ทอดห่วยเองก็กินเองซิ เกี่ยวอะไรกะชั้น" ทีเรียตอบกลับด้วยสีหน้าท่าทางเย็นชาเป็นปกติ แล้วเริ่มลงมือทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจใคร
ปึดๆๆๆๆๆ
"เดี๋ยวผมกินเองก็ได้นะ" อาเลลูย่าเสนอตัว เนื่องจากชักเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศมาคุในห้อง
"ไม่เป็นไรหรอก ชั้นทำห่วยเอง ชั้นกินเองก็ได้" ล็อคออนตอบอย่างขุ่นเคือง แล้วก็นั่งลงเริ่มกินบ้าง อาเลลูย่าก็นั่งลงอย่างจ๋อยๆ
แต่ก่อนที่ล็อคออนจะได้ลงมือกินไข่ดาวไหม้ๆอันนั้น เซ็ตสึนะก็สลับไข่ดาวจานนั้นกับของเขาเองอย่างรวดเร็ว
"เซ็ตสึนะ............." ล็อคออนรู้สึกปลื้มใจลเล็กๆที่เจ้าหนูเซ็ตสึนะเห็นใจเขา
"แลกกัน......." เซ็ตสึนะพูดขึ้นแล้วเอานมที่ล็อคออนวางให้เมื่อกี้ กลับไปวางตรงหน้าของคนที่เอามาวาง
ล็อคออนถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะโผล่งออกมาว่า
"เลือกกินแต่เด็กแบบนี้ไม่ดีนะเฟ้ย แบบนี้ไงถึงไม่โตสักที!" แต่เซ็ตสึนะก็ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดนี้สักนิดเดียว
"เออ ใช่ ยังไม่ได้ยกกาแฟมาเลยนี่หน่า เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้" อาเลลูย่าพูดขึ้น เนื่องจากชักเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศมาคุในห้องยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ไม่มีใครพูดหรือทำอะไรที่เป็นการบอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเขา อาเลลูย่าจึงลุกขึ้นไปเทกาแฟที่เพิ่งชงเสร็จใส่ถ้วย
'ฮาเลลูย่า จะทำยังไงดีล่ะ' อาเลลูย่าคิดอย่างกลุ้มๆ
"ล็อคออน ใส่น้ำตาลกี่ช้อนนะ" เขาหันมาถาม
"ช้อนเดียว" ล็อคออนตอบกลับสั้นๆ
อาเลลูย่าชงเสร็จก็หยิบถ้วยกาแฟพร้อมจานรองและช้อนไปเสิร์ฟให้ล็อคออน
"แท็งกิ้ว" ล็อคออนบอก หลังจากนั้นจึงยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่ม แต่เพียงจิบเดียวเท่านั้นเขาก็วางถ้วยกาแฟลง
"อาเลลูย่า...................นายใส่เกลือแทนน้ำตาลนะ.............."
"อ๊ะ ขอโทษ ก็เห็นว่ามันวางอยู่แถวๆนั้นก็เลย เดี๋ยวผม..........." อาเลลูย่ายังพูดไม่ทันจบ ล็อคออนก็ยกมือมาห้ามไว้ ความรู้สึกของเขาตอนนี้เปลี่ยนจากโกรธไปเป็นปลงเรียบร้อยแล้ว
"เอาเถอะ ชั้นชงเองก็ได้" ล็อคออนทำสีหน้าหน่ายๆก่อนจะลุกไปชงกาแฟ
"ขอโทษนะ......" อาเลลูย่ากล่าวเสียงสลด ทำสีหน้าสำนึกผิดที่ชวนให้นึกถึงเด็กสาวอายุ 12 ที่กำลังโดนคุณแม่ดุอยู่
"น้ำตาล 2 ใช่มะ อาเลลูย่า" ล็อคออนถาม แล้วก็ถามต่อไปโดยไม่สนใจฟังคำตอบของเจ้าตัวว่า "ทีเรียจะเอาด้วยมะ"
"อือ น้ำตาลหนึ่ง" เทียเรียตอบหลังจากหยิบขนมปังปิ้งขึ้นมาเตรียมจะกิน แล้วพูดเหน็บต่ออีกหน่อยว่า "ไม่เอาเกลือนะ"
'พูดแบบนี้มันน่าใส่ให้จริงๆ............' ล็อคออนคิดในใจ
หลังจากจัดการกับอาหารเช้าเสร็จ ทีเรียก็เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่ผนังแล้วพูดขึ้นว่า
"เวลาขนาดนี้แล้วเหรอ..........อาเลลูย่า ไปเถอะ วันนี้มีฝึกซีมูเลชั่นไม่ใช่เหรอ"
"แต่ ยังไม่ได้เก็บจานเลยนะ" อาเลลูย่าตอบกลับ
"ชั้นไม่ชอบไปถึงในวินาทีสุดท้ายนี่ ไปกันได้แล้ว" ทีเรียหยุดนิดนึงก่อนจะพูดต่อว่า "อีกอย่างไอ้จานพวกนี้เอาเข้าเครื่องล้างแป็ปเดียวก็เสร็จแล้วนี่"
"เออ เออ จะไปไหนก็ไปเท๊อออออ" ล็อคออนพูดเสียงยืดยาวประชด
ทีเรียไม่ได้สนใจ เดินจากไปจากห้องอาหารอย่างเนิบๆ อาเลลูย่ารีบเอาจานมาวางซ้อนกัน ก่อนจะหันไปมองล็อคออน
"ผมไปก่อนนะ โทษที"
"ไปเหอะ ชั้นจัดการเอง"
หลังจากอาเลลูย่าเดินตามทีเรียออกไป ล็อคออนก็หันมามองเซ็ตสึนะ
"นายจะไปด้วยอีกคนมะ" ล็อคออนถาม
"ชั้นอยู่ช่วยก็ได้" เซ็ตสึนะตอบ
"แลกกับ.........." ล็อคออนพูดขึ้นอย่างรู้ทัน
"นายไม่ต้องมาคะยั้นคะยอให้ชั้นกินนมอีก" เซ็ตสึนะพูดต่อเรียบๆ
"นะ......"ล็อคออนพูดแล้วจึงถามต่อไปว่า "ทำไมถึงไม่อยากกินนมขนาดนั้นล่ะ ไม่อยากสูงขึ้นรึไง"
"ชั้นไม่ชอบ.......ให้ใครมาทำเหมือนเป็นเด็กๆ" เซ็ตสึนะตอบ แล้วจู่ๆล็อคออนก็เอามือมาขยี้หัวของเขาเล่น
"ตอบแบบนั้นก็แสดงว่ายังเป็นเด็กอยู่นั่นแหละ เจ้าหนู" ล็อคออนพูด
เซ็ตสึนะถอยฉากออกมาพร้อมโวยวายด้วยสีหน้าโกรธขึ้งว่า "พอซะทีได้มั้ยล่ะ!"
"งั้นตอนนี้พอก็ได้ แต่คงจะเลิกไม่ได้ล่ะนะ" ล็อคออนยิ้มเหยียด
"งั้นก็รีบๆจัดการละกัน เดี๋ยวก็ไปฝึกสายหรอก" เซ็ตสึนะพูดจบก็หันหลังเดินออกไปอีกคน
ล็อคออนเก็บจานไปก็ขำไป รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นกว่าตอนก่อนหน้านี้เยอะ เขาคิดในใจว่า ถึงเซ็ตสึนะจะชอบทำหน้าตายแต่ก็แกล้งสนุกดี อาเลลูย่าถึงจะซุ่มซ่ามแต่ก็อัธยาศัยดี ส่วนทีเรียถึงจะปากเสียถ้าไม่เข้าไปยุ่งด้วยก็คงใช้ได้
'ถึงชีวิตมันจะดูอนาถไปหน่อย แต่ก็คงไม่ถึงขั้นย่ำแย่มั้ง' ล็อคออนคิดพลางยัดกองภาชนะใช้แล้วเข้าไปในเครื่องล้างจาน แล้วกดปุ่มเดินเครื่อง
"ล็อคออน--- ล็อคออน---" เสียงพูดก้องๆแบบหุ่นยนต์ลอยเข้ามาจากประตูห้องอาหาร แล้วเจ้าตัวต้นเสียงก็เด้งเข้ามา
"อ้าว ฮาโร่" ล็อคออนทัก
"ซีมูเลชั่น ซีมูเลชั่น" เจ้าฮาโร่สีส้มบอกเจ้านายของตน
คงมีใครสักคนใช้มันมาตามเค้าล่ะมั้ง ล็อคออนยิ้มพลางบอกฮาโร่ว่า "อือ ไปกันเหอะ"
แล้วเขาก็เดินออกจากห้องอาหารพร้อมอุ้มฮาโร่ตรงไปยังห้องฝึกทันที
แถม
"โห อะไรเนี่ย" ล็อคออนถาม
"ข้าวกล่องสำเร็จรูปน่ะ ทีเรียบอกให้สุเมรากิซังสั่งเข้ามาให้" อาเลลูย่าตอบ
"เป็นคนดีกว่าที่คิดนะเนี่ย" ล็อคออนพูดพลางหันไปมองผู้ที่ถูกกล่าวถึง
"ชั้นแค่ไม่อยากกินกับข้าวรสชาติไม่ได้เรื่องของนายแล้วน่ะ" ทีเรียตอบ
"..............ขอบคุณที่ชมนะ..........."
----------------------------------------------------------------------------------
เขียนๆไปอิมเมจตัวละครมันเปลี่ยนยังไงบอกไม่ถูก ล็อคออนน่าจะดูอารมณ์ดีกว่านี้หน่อย แต่ถ้าเจอะเพื่อนแบบนี้ก็อาจจะต้องทำใจกันหลายยกกว่าจะชินมั้ง ^ ^a
อาเลจัง น่ารักไปแล้วนะ เซ็ตจังก็น่าร้ากกก >w<
ส่วนทีเรียก็ always ซึนนนน เป็นตัวเดียวที่เขียนได้ไม่หลุดคาแร็กเตอร์(ฮา)
ติชมได้ตามสบายนะคะ ^ ^
แถมอีกอย่าง วาดหลังพิมพ์ฟิคเสร็จนี่แหละ เซ็ตจังงงงง

น่ารักแฮะ >///<
edit @ 21 Nov 2007 19:50:34 by Zodiac.L.











